ถ้าคุณคิดว่าอุลตร้าแมนเป็นเพียงของเล่นเด็กหรือซีรีส์ย้อนยุคที่ซ้ำซาก ขอให้ลองเปิดใจกับ Ultraman Taiga (อุลตร้าแมนไทกะ) ซีรีส์ที่ออกอากาศในปี 2019 ซึ่งเป็นมากกว่าการต่อสู้ระหว่างยักษ์กับสัตว์ประหลาด มันคือการเล่าเรื่องที่ทันสมัย สอดแทรกประเด็นสังคม และเปิดจักรวาลใหม่อุลตร้าแมนที่เชื่อมโยงกับซีรีส์รุ่นพี่อย่างอุลตร้าแมน R/B และ Z ได้อย่างลงตัว
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเกิดขึ้นในโลกที่มนุษย์ต่างดาวอพยพมาอาศัยอยู่บนโลกอย่างลับๆ มีเพียงคนกลุ่มน้อยเท่านั้นที่รู้ความจริง ฮิโรยูกิ คุโดะ เด็กหนุ่มผู้ทำงานในองค์กรรักษาความปลอดภัยเอกชนชื่อ E.G.I.S. ซึ่งรับหน้าที่ดูแลคดีที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาว เขาใช้ชีวิตปกป้องสันติภาพ แต่ภายในตัวเขามีความลับใหญ่ที่เขาไม่รู้ตัว นั่นคือเขามี 'อนุภาคแสง' ของอุลตร้าแมนไทกะ (หรือ ไทกะ) ซ่อนอยู่ เมื่อพลังของไทกะฟื้นคืนจากร่างของฮิโรยูกิ การผจญภัยครั้งใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น
ซีรีส์ดำเนินเรื่องแบบ episodic ผสมกับเนื้อเรื่องหลักที่ค่อยๆ เผยความลับขององค์กรต่างๆ และตัวละครอย่างไคจู (สัตว์ประหลาด) ที่มีมิติมากขึ้น ไม่ใช่แค่ตัวร้ายที่ต้องจัดการ แต่มีเบื้องหลังและความสัมพันธ์กับมนุษย์ต่างดาวที่อาศัยอยู่บนโลก
งานการแสดงและตัวละคร
นักแสดงนำ Yuki Inoue ในบทฮิโรยูกิ คุโดะ สามารถถ่ายทอดความสดใส ความมุ่งมั่น และความสับสนของตัวละครได้ดี เขามีเคมีที่ดีกับเพื่อนร่วมทีม E.G.I.S. โดยเฉพาะพิริกะ อาชิคาวะ (รับบทโดย Ayuri Yoshinaga) ที่เพิ่มสีสันและความตลก ในขณะที่โฮมาเร่ โซยะ (รับบทโดย Ryotaro) ให้ความจริงจังและเคร่งขรึม สร้างสมดุลให้ทีมได้ดี
ส่วนนักแสดงสมทบอย่าง Chiharu Niiyama ในบทซาซากิ คานะ และ Kô Nanase ในบทคิริซากิ ก็มีบทบาทสำคัญที่ขับเคลื่อนเนื้อหา แม้ตัวละครบางตัวอาจดูตื้นไปบ้างในตอนแรก แต่เมื่อเรื่องดำเนินไป พวกเขาก็มีพัฒนาการที่น่าพอใจ โดยเฉพาะการเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ต่างดาวที่ซับซ้อน
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับ Kôichi Sakamoto และทีมงานทำได้ดีในการปรับโทนของซีรีส์ให้เข้ากับยุคสมัย งานภาพคมชัด เอฟเฟกต์ CGI ถูกใช้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการแปลงร่างและการต่อสู้ที่ลื่นไหล แม้จะมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ แต่ก็ไม่ทำให้เสียอรรถรส
เพลงประกอบโดย Takayuki Hattori มีความยิ่งใหญ่และเข้ากับธีมโอเปร่าอวกาศได้ดี เพลงโอเพนนิ่ง 'Buddy, steady, go!' และเพลงปิด 'Signs of the times' ช่วยสร้างอารมณ์ร่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
สิ่งที่ทำให้ Ultraman Taiga โดดเด่นคือการกล้าที่จะเปลี่ยนรูปแบบเดิมๆ ของอุลตร้าแมน จากที่เคยเป็นหน่วยงานรัฐบาลลับ (SSSP) มาสู่องค์กรเอกชนที่ทำงานรับจ้าง ซึ่งสะท้อนสังคมทุนนิยมได้อย่างน่าสนใจ นอกจากนี้ การที่มนุษย์ต่างดาวไม่ใช่ศัตรูทั้งหมด แต่มีทั้งดีและร้าย ทำให้ซีรีส์มีมิติทางศีลธรรมที่ซับซ้อนขึ้น
อีกจุดที่ควรชื่นชมคือการเชื่อมโยงกับจักรวาลอุลตร้าแมนในยุคเดียวกัน อย่างอุลตร้าแมน R/B และ Z ทำให้เกิดเส้นเรื่องที่ต่อเนื่อง และแฟนๆ ที่ติดตามจะได้เห็นการปรากฏตัวของฮีโร่รุ่นพี่ ซึ่งถือเป็นการปูทางไปสู่ซีรีส์ภาคต่ออย่างอุลตร้าแมน Z ได้อย่างราบรื่น
อย่างไรก็ตาม ซีรีส์ยังมีจุดอ่อนในเรื่องของการดำเนินเรื่องที่บางตอนรู้สึกยืดเยื้อ และตัวละครบางตัวยังไม่ถูกพัฒนาเท่าที่ควร โดยเฉพาะตัวร้ายหลักที่อาจดูจืดชืดเมื่อเทียบกับประเด็นทางสังคมที่พยายามนำเสนอ
สรุป
สรุปแล้ว Ultraman Taiga เป็นซีรีส์ที่แฟนอุลตร้าแมนรุ่นเก๋าควรดู เพราะเป็นการปรับโฉมที่สดใหม่และชาญฉลาด ขณะเดียวกันก็เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่าย หากคุณชื่นชอบแนวไซไฟที่มีเนื้อหาเข้มข้น ไม่ใช่แค่เด็กๆ ดูได้ ซีรีส์นี้คือคำตอบ
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +พล็อตเรื่องทันสมัย สอดแทรกประเด็นสังคมเรื่องมนุษย์ต่างดาวและการย้ายถิ่นฐาน
- +การเชื่อมโยงกับจักรวาลอุลตร้าแมนยุคใหม่ได้ดี ดูต่อเนื่องกับ R/B และ Z
- +นักแสดงนำมีเคมีที่ดี ตัวละครมีพัฒนาการน่าสนใจ
- +งานโปรดักชั่นและเอฟเฟกต์ทำได้ดีในระดับซีรีส์โทคุซัทสึ
👎 จุดด้อย
- −บางตอนเนื้อเรื่องยืดเยื้อ ดำเนินเรื่องช้า
- −ตัวร้ายหลักขาดมิติและแรงจูงใจที่น่าจดจำ
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไม่จำเป็น เพราะซีรีส์เริ่มต้นเรื่องใหม่หมด แต่ถ้าดูอุลตร้าแมน R/B มาก่อนจะเข้าใจการเชื่อมโยงของจักรวาลได้ดีขึ้น
เหมาะสำหรับทั้งสองกลุ่ม เด็กจะชอบฉากต่อสู้และฮีโร่ ส่วนผู้ใหญ่จะชอบประเด็นสังคมและความสัมพันธ์ของตัวละคร
มีทั้งหมด 26 ตอน ปัจจุบันสามารถรับชมได้ทางแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Netflix (ในบางภูมิภาค) หรือซื้อ DVD/Blu-ray
อุลตร้าแมนไทกะเป็นภาคก่อนของอุลตร้าแมน Z โดยมีตัวละครและเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะในตอนท้ายของไทกะที่นำไปสู่เนื้อเรื่องของ Z